+10 344 123 64 77

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Online Affiliate Marketing Freelance 
นายหน้าระดับเทพ






       อะไรคือ affiliate ผมจะเล่าให้ฟังง่ายๆแล้วกันนะครับ ว่า Affiliate เนี่ยก็คล้ายๆกับการเป็นนายหน้านั่นแหละครับ  แต่เป็นนายหน้าที่ทำการค้าข้ามโลกเลย โดยสมัยนี้อย่างที่ผมเขียนไว้ในบทความอื่น ว่าInternet นั้นพัฒนาไปมาก จึงเปิดโอกาสให้นายหน้าเหล่านี้ได้ทำการค้าโปรโมทสินค้าข้ามโลกเลย


     บริษัทใหญ่หลายๆบริษัทที่ทำการค้าขายออนไลน์ก็จะเปิดรับการเป็น Affiliate เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการโปรโมทสินค้า ค่าตอบแทนของ Affiliate จะได้ส่วนแบ่งจากการขายสินค้าโดยผ่านหน้าลิ้งค์ของตัวแทนเอง ขึ้นอยู่กับบริษัทนั้นๆ จะให้เป็นกี่เปอร์เซนต์ของราคาสินค้าที่ขายครับ

    เป็นอีกอาชีพหนึ่งทำเงินได้ดี ในทั้งระยะยาวและระยะสั้นขึ้นอยู่กับแนวทางของ Affiliate บางคนด้วยว่าเค้าต้องการทำแบบไหนครับ ส่วนเรื่องรายได้ก็อย่าให้พูดเลยครับ บางคนวันละ 1000$ ก็มีลองคำนวณดูครับว่าวันหนึ่งทำเงินได้กี่บาทไทย

    ใครชอบอาชีพแนวนี้ก็ห้ามพลาดเลยครับ ถ้าผมเป็นเซลล์อยู่แล้วผมจะไม่พลาดอาชีพนี้แน่นอน เพราะหน้าที่หลักคือการเชื่อมผู้ซื้อและผู้ขายผ่านเราแค่นั้น ได้รับเงินแล้วครับ
    

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ใครว่านักเขียนไส้แห้ง ??


     ผมขอเริ่มพูดถึงนักเขียน Freelance ด้วยคำถามเลยแล้วกันนะครับ มีหลายๆคนบอกว่านักเขียนไส้แห้งผมว่าไม่จริงเลยนะครับ เพราะเท่าที่ผมรู้จักนักเขียนมาส่วนใหญ่ นี่ไส้เปียกกันเลยแหละ 

     เพราะอะไรนั่นหรอครับ เพราะสมัยนี้โลกเปิดกว้างมากขึ้นไงครับ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นเยอะครับ นักเขียนหลายๆคนที่เคยฝันว่าอยากจะเขียนหนังสือ แต่ไม่มีเงินลงทุน ทำให้เค้าได้มีโอกาสมากขึ้นในการแสดงฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นเว็บบล็อก หรือ E-book เค้าเหล่านั้นสามารถแสดงฝีมือการเขียนของตัวเองให้คนรู้จักได้ง่ายขึ้น


   แต่ก็มีบางกลุ่มที่ไม่ได้เน้นงานเขียนเป็นชิ้นเป็นเล่มนะครับ รับจ้างเขียนเป็น A La Carte เลย อยากให้เขียนอะไรก็สั่งมาส่วนใหญ่ ก็จะเขียน Content ให้กับพวก Web Master นี่แหละครับ เพราะ Web Master ไม่ได้มีแค่เว็บเดียวที่ต้องดูแล จึงจำเป็นต้องหา Outsource เพื่อช่วยให้การทำงานของพวกเค้าง่ายขึ้น


   ราคาของการเขียนแต่ละบทความขึ้นอยู่ที่จำนวนคำและ ชื่อเสียงของนักเขียนครับ พูดได้เลยว่าอาชีพนี้อดตายยากนะครับในสมัยนี้ ยกเว้นว่าเค้าจะไม่ไขว่คว้าจริงๆ 

  
    อีกอย่างที่น่าสนใจคืออาชีพนี้ทำงานที่ไหนก็ได้อีกแล้ว!! อยากจะไปทำร้านกาแฟก็ไม่มีปัญหา สามารถรับงานส่งงานสบายๆ แถมถ้าใครมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษยิ่งมีอันจะกินมากๆครับ รับเงินเป็นเหรียญ พอแปลงเป็นเงินไทยไม่เบาเลยนะครับ 


   อีกข้อที่จะไม่ทำให้อดตายคือ นักเขียนที่ดีนั้นเป็นนักอ่านครับ เค้าต้องอ่านหนังสือเยอะก่อนจะเขียนงานแต่ละชิ้น แล้วคนที่มีความรู้เยอะขนาดนี้ะอดตาย นี่ผมว่าก็แปลกแล้วล่ะครับ 

   
   

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Internet Maketing , Online Marketing อาชีพที่น่าอิจฉาจริงหรือ



   คันไม้ คันมือ อยากเขียนถึงอาชีพนี้มานานแล้ว นั่นก็คือ Online Marketing แบบว่าผมนี่แหละครับเป็นคนหนึ่งที่อิจฉาอาชีพนี้มากๆ ฮ่าๆๆ เพราะว่าอาชีพนี้ทำงานได้ทุกที่ไงครับถ้าเป็น ฟรีแลนซ์ ขออย่างเดียวขอแค่ Internet กับคอม (อ้าว 2 อย่างนี่หว่า) แต่ก็นะทำงานได้ทุกที่ ร้านกาแฟร้านอาหาร ที่มีฟรี WIFI ต่างประเทศก็ไม่หวั่น
 

    เพราะชาวต่างชาติหลายๆคนครับที่อาศัยอยู่ในไทย เค้าก็ยึดอาชีพนี้นะครับ ผมได้คุยๆกับเค้ามาหลายคนแล้ว ผมเลยผันตัวเองอยากเป็นนักการตลาดออนไลน์บ้าง เพราะหลังจากที่ผมได้รับรู้เรื่องราวรายได้ที่เค้าได้ขณะที่เค้ามาอยู่เมืองไทยใน 3-4 เดือนนี่ เค้าได้เงินที่ผมกินอยู่ได้สบายๆไปหลายปีเลย วันๆไม่ทำอะไรมากเที่ยวไปเที่ยวมาทำงานวันละไม่กี่ชม. ทำตอนไหนก็ได้ หยุดวันไหนก็ได้ อยากไปอยู่ประเทศไหนก็ไป มันจะสบายไปไหม อิจฉาเว่อร์


    กว่าจะมาเป็นอาชีพนี้ได้ ต้องใช้ความอดทนสูงมากครับ เพราะกว่าที่ผลงานจะสำเร็จมันต้องใช้เวลา ยกเว้นจะใช้เงินเข้าช่วย อันนี้ก็อีกเรื่องนะครับสำหรับคนที่มีทุนหรือสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว แต่สำหรับคนที่เริ่มต้นผมพูดได้คำเดียวว่า อดทน อดทน อดทน (3คำไปแล้วนั่น ) เพราะเพื่อนผมเค้าก็เล่าให้ผมฟังว่า เค้าใช้เวลา 1-2 ปีในการเริ่มต้นครับ ตอนแรกๆนี่แทบไม่มีรายได้เข้ามา แต่พอรู้ทิศทาง จับทางได้แล้ว เค้าก็เชื่อและทำสิ่งนั้นอย่างตั้งใจ


    เพราะช่วงเวลาที่ต้นไม้ที่คุณปลูกเองมันสูงใหญ่จนออกดอก ออกผลมีผึ้งมารุมตอมเต็มเนี่ย มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆเลยไงครับ  ผลที่ออกมาหอมหวาน เหมือนคำที่เค้าบอกว่า ลำบากวันนี้สบายวันหน้า เชื่อผมเถอะครับ ใครที่กำลังเดินสายอาชีพนี้อยู่ อย่ายอมแพ้ครับ จะไม่มีคำว่าล้มเหลว ถ้าเราไม่ล้มเลิกแน่นอนครับ



ขอบคุณภาพจาก Gooooogle
 

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ช่างภาพอิสระที่มีความสุขที่สุด





     เชื่อได้เลยว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ใฝ่ฝันของใครหลายๆคน ทำไมน่ะหรอครับ เพราะ คิดว่าจะได้เที่ยวไปในที่ต่างๆแถมได้เงินจากการเก็บภาพบรรยากาศต่างๆด้วย ไม่เลวเลยนะครับ แต่กว่าจะเป็นแบบนั้นได้เนี่ยก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่แพงเช่นกันครับ ไม่ว่าจะอุปกรณ์ ความคิด และ ประสบการณ์
 

    ช่างภาพอิสระส่วนตัวผมแล้วเป็นอาชีพที่ต้นทุนสูงครับ แต่ถ้าอนาคตสามารถเป็นที่รู้จักของทุกคนได้นี่ ก็ถือว่าคุ้มแสนคุ้มครับ เริ่มจากการรับถ่ายภาพตามงานต่างๆ แต่งงาน รับปริญญา งานละไม่กี่ร้อย จนถึงหลักพัน และหลักแสน สำหรับมืออาชีพบางคน 100,000 บาทฟังไม่ผิดแน่นอนครับ ขึ้นอยู่ที่ใครจะขึ้นไปถึงจุดนั้นแหละครับ ทั้งชั่วโมงบิน ทั้งเอกลักษณ์ในการถ่ายภาพ อุปกรณ์ตามความเหมาะสม ไม่ใช่ง่ายๆนะครับ เพราะ บางครั้งเราอาจต้องรอจังหวะที่เหมาะสมอีกต่างหาก

   
     แต่สำหรับคนที่รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจนั้นคงไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ เพราะมันเป็นPassion ไม่ว่าจะชอบถ่ายหรือถนัดแบบไหน แบบวิว ถ่ายมนุษย์ หรืออะไรก็ตามแต่ ขอให้เราพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ หาความรู้ พยายามหาที่ใหม่ๆ หาสิ่งใหม่ๆ ในการถ่าย หาสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ ในการถ่าย ทำให้เราได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าในการมองผ่านเลนส์แต่ละครั้ง ผมว่านั่นก็คุ้มแล้วครับ ที่จะทำให้ชีวิตของช่างภาพอิสระมีความสุข

 




ขอบคุณภาพจาก Google ครับผม
นักแปลอิสระผู้เชื่อมโลก




     นักแปลอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา เป็นอาชีพที่สามารถทำเงินได้มหาศาลมากๆอาชีพหนึ่ง เพราะ ว่าด้วยความรู้ในการเชื่อมต่อภาษาหนึ่งสู่อีกภาษาหนึ่งด้วยความปราณีต บรรจง สละสลวย
โดยทั่วไปอาชีพนี้จะเริ่มรับงานตั้งแต่วัยเรียนกันเลยนะครับ ส่วนใหญ่ก็จะทำเป็นPart-Time กันก่อน หลังจากมีประสบการณ์มากขึ้นคนรู้จักและชื่นชอบผลงานมากขึ้น งานที่ได้รับจะยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย จากนั้นค่าแรงที่เคยได้ก็จะขยับมากขึ้นไปอีกด้วยล่ะครับ จากหน้าละ 200 บาท อาจะกลายเป็นคำละ 5 บาทได้เลย โหฟังดูแล้ว สำหรับใครหลายๆคนที่อยากก้าวเข้าสู่อาชีพสายนี้ คงตาลุกวาวแน่นอน


    ส่วนใหญ่งานแปลที่เฉพาะทางจะยิ่งได้ค่าแรงที่สูงตามไปด้วยนะครับ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านกฏหมาย ด้านวิศวะกรรม เพราะฉะนั้นใครที่เตรียมตัวอยากจะเป็นนักแปลมืออาชีพ ก็ควรจะศึกษาในสายอาชีพต่างๆที่เราถนัดไว้ด้วยจะดีมากๆครับ เพราะ บางงานนักแปลอิสระ ทำแค่ 1-2 อาทิตย์กลับมีรายได้ 6-80000 บาท ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ อีกอย่างหนึ่งนะครับถ้าเป็นเรื่องกฏหมาย ส่วนใหญ่บริษัทจะไม่ค่อยเปลี่ยนนักแปลครับ ถ้าบริษัทพึงพอใจกับนักแปลคนนั้นๆ ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่นิยมเปลี่ยน นั่นก็เพราะว่า 
จะทำให้ข้อมูล ของบริษัทลั่วไหลได้ง่ายไงครับ เพราะฉะนั้นตัวนักแปลเองก็ควรต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าด้วยครับผม 

    
    และสำหรับนักแปลอิสระบางท่าน จะเลือกหนังสือมาแปลเพื่อเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่งครับ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือที่ตัวนักแปลชื่นชอบ หรือมีความรู้ทางด้านนั้นๆจริงๆครับ พูดง่ายๆว่าตามความถนัดเพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้านักแปลสักแต่ว่าแปลไม่ได้มีอารมณ์ร่วมก็จะไม่สามารถ สื่อความหมายของหนังสือให้ผู้อ่านได้รับรู้อย่างเต็มอัธรส(ถ้าเขียนผิดแจ้งได้นะครับ ฮ่าๆๆ) ครับ 


   แต่ก็มีให้เห็นกันประจำนะครับสำหรับ Complain ที่เกิดขึ้นจากหนังสือแปล เพราะ อาจะเป็นอย่างที่ผมได้กล่าวไว้คือ แปลเพื่อรายได้ หาได้เกิดจาก Passion ไม่ หรือยิ่งบางท่านอาจมีการจ้างคนอื่นแปลด้วยแล้วเอาทั้งหมดมาเรียบเรียงเพื่อเป็นผลงานของตนเอง ผู้อ่านจะสามารถจับได้เลยว่าสำนวนการเขียนนั้นแตกต่างกันครับ 

   ยังไงสำหรับคนที่ชอบด้านภาษาแล้วก็ฝึกฝนและเรียนรู้ หาประสบการณ์อย่าหยุดนะครับ เพราะ จะทำให้คุณหารายได้จากความสามารถของคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ




ขอบคุณรูปภาพจาก Google เช่นเคยครับ 
หนทางสู่การเป็น Freelance มืออาชีพ



     สำหรับวันนี้นะครับ ผมอยากจะมาตอบคำถามของเพื่อนๆที่ Inbox เข้ามานะครับ โอ้โห ดูหล่อเลยฮ่าๆๆ คำถามมีอยู่ว่า "พี่ครับผมอ่านบล็อกของพี่แล้วแต่ผมจะเริ่มเป็น Freelance ยังไงครับ" เป็นคำถามที่ดีเลยครับ จะว่าไปผมว่าตอบยากเหมือนกันเนาะ ฮ่าๆๆ เอาเป็นว่าผมตอบให้ละกันครับ

    การเริ่มเป็น Freelance นั้นง่ายมากๆครับ คือ ไม่ต้องมีนายจ้างแต่อย่าเพิ่งไปลาออกนะครับ ฮ่าๆๆๆ เอาแบบนี้ละกันว่าหนทางการเป็น Freelance ของแต่ละบุคคลมันไม่เหมือนกันหรอกครับ ผมจะพูดถึงคุณสมบัติก่อนแล้วกันนะครับ

    ข้อแรก นะครับคุณต้องหาตัวคุณเองให้เจอก่อนครับ ว่าคุณมีดีด้านไหน ชอบด้านไหน มีความสามารด้านไหนครับ บางคนอาจจะพิมพ์เร็ว แปลเก่ง ทำ Websiteเก่ง วาดภาพเก่ง เห็นไหมครับแค่ข้อแรกเนี่ยก็ไม่เหมือนกันแล้ว เพราะฉะนั้นหาตัวเองให้เจอครับ จากนั้น Focus ตรงจุดนั้นให้มันไปถึงจุดสุดยอดเลยครับ อ่าาาห์ ทำเยอะๆครับใส่ใจทุกรายละเอียดแล้วคุณจะเป็น "เทพ"
  
    ข้อที่สอง หลังจากที่เรามีทั้งความรู้ ความสามารถแล้วก็ประสบการณ์ ตรงนี้ผมว่าน่าจะเป็นการทำให้คนอื่นรู้จักเราครับ ถ้าเป็นสมัยก่อนอาจจะเริ่มจากการไปแหล่งของงานนั้นๆที่เราถนัด แล้วแลกนามบัตรกันครับ คุยกับคนให้เยอะที่สุด Promote ตัวเองให้เยอะที่สุดครับ เพราะ คนเหล่านั้นจะเป็นลูกค้าเราในอนาคตครับ แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีอำนวยครับ Facebook หรือ Webboard ที่เป็นสายงานเรา หรือ เปิดWebsite โฆษณาตัวเองไปเลยครับ ได้งานแน่นอน

     ข้อที่สาม บริการหลังการขายครับ เป็นอะไรที่สำคัญอีกข้อหนึ่งนะครับ ไม่ใช่งานเสร็จแล้วเสร็จไปครับ ควรสอบถามความพึงพอใจลูกค้าครับ พร้อมดูแลตลอดครับ เพราะ ข้อนี้แหละครับที่จะทำให้เราแตกต่างจาก Freelance คนอื่นแล้วเกิดการบอกต่อครับ เหมือนกับชื่อเสียงนั่นแหละครับ สมมุติมีคนพูดถึงเราเยอะในทางที่ดี กับ ทางที่แย่ๆ แบบไหนจะดีกว่ากันครับ ขนาดเราจะเลือกกินอะไร เรายังถามเพื่อนหรือเปิดหา Review ใน Pantip เลยว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี เพราะ ฉะนั้นถ้าคุณ Take Care จุดนี้ได้คือ จุดได้เปรียบของคุณครับ 

    ข้อแรก เป็นสิ่งที่ Freelance ทุกคนต้องมี ข้อที่สองเป็นสิ่งที่จำเป็น ส่วนข้อที่สามเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณโดดเด่นครับ




ปล.มีอะไรสอบถามเข้ามาได้เลยนะค้าบผม  ผมจะมาตอบให้นะครับ

ยังไงขอบคุณรูปภาพจาก Google คับ 

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Salary Trap




     สวัสดีครับ Blog นี้ผมอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับงาน Freelance ครับ ทุกคนที่เข้ามาอ่านมาอ่านในที่นี้คงทราบกันดีอยู่แล้วใช่มั้ยครับว่า " Freelance " คือ " อาชีพอิสระ " ไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงาน บริษัท หรือ องค์กรใด คนที่ทำงาน Freelance นั้นต้องจัดการบริหารเวลาของตัวเอง การรับเงิน และ ค่าจ้างที่ต้องตกลงตามความพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นอาชีพที่เป็นอิสระมากๆ เพราะ ไม่ต้องมีตารางงานที่ตายตัว ตื่นเช้ากลับค่ำ เหมือนพนักงานประจำทั่วไป แต่หากจะถามว่ามีข้อเสียไหม?

     ข้อเสียของอาชีพแนวนี้ คงจะเป็นเรื่องของรายได้ที่ไม่มั่นคง ในแต่ละวัน แต่ละเดือน เพราะ ถ้ามีงานเข้ามาก็มีรายได้ แต่ถ้าไม่มีงานล่ะ ซวยนะครับ ฮ่าๆๆๆ มันก็คล้ายๆกับความเสี่ยงนั่นแหละครับ ซึ่งถ้าเรารับได้ จัดการกับความเสี่ยงได้ก็ไม่เป็นปัญหาครับ เพราะ ยังไงสัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดคงจะสั่งให้ตัว Freelance เองทำอะไรสักอย่างแน่นอน ไม่งั้นไม่รอดนะครับ 

     แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่งในบางครั้งที่เราเป็นพนักงานประจำ มีรายได้ที่มั่นคงแต่ผมคิดว่ามันไม่มั่งคั่งน่ะสิครับ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนนี่น้ำตาไหลเลยครับ  แถมเงินเก็บอันน้อยนิดก็ไม่กล้าลงทุนเดินหน้าต่ออีก เพราะ เราติดอยู่ในกฎในรูปแบบชีวิตแบบ ตื่นเช้า กลับค่ำ มาตลอด การที่เราจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของเรามันก็คงเป็นสัญชาติญาณนั่นแหละครับ ที่เตือนเราว่า" อย่าทำเลย " ติดอยู่กับ  " กับดัก "ต่อเถอะ กินเงินเดือนไปเรื่อยนี่แหละ ดีแล้ว ??

  แม้อาชีพแบบนี้หลายคงอาจจะมองไม่ดีไม่มั่นคง แต่ก็มีไม่น้อยครับที่ประสบความสำเร็จในอาชีพอิสระแบบนี้ เพราะ พวกเค้ากล้าที่จะโดดออกจากกับดักไงครับ คิดในสิ่งที่คนอื่นไม่คิด เป็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เป็น Freelance บางคนรับงานครั้งเดียว มีรายได้เท่ากับทำงานประจำ 1 ปี ไม่น้อยเลยนะครับ แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่หลุดจากกับดักออกมาแล้ว แต่ต้องหันหลังกลับไปเหยียบกับดักใหม่ เพราะ ความไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้ความสามารถตัวเอง ผมมองว่าอันนี้แหละครับคือ 
" กับดักที่น่ากลัวที่สุด "

ปล.ตอนแรกจะเขียนแนวๆแนะนำอาชีพ Freelance ในสายอาชีพต่างๆ ไปๆมาๆดราม่า Freelance กับ งานประจำ ฮ่าๆๆๆ เอาเป็นว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านแล้วกันนะครับ ได้หลายแนวในทีเดียว แถถถถถถถถ

  


ยังไงก็ขอฝากบทความของ Freelance ตัวน้อยๆคนนี้ไว้ด้วยนะครับ

ขอบคุณภาพจาก Google ด้วยครับ

สนใจเรื่องกาแฟ ก็เชิญที่ Coffee is ....? เลยครับ http://letitbrewz.blogspot.com/